วันนี้จริงๆ ก็อารมณ์ชิล ชิล มาทั้งวันอ่ะนะ แต่พอตกหัวค่ำนี้ เจอลูกค้าคนนึงถึงกับทำให้ข้าเจ้าอารมณ์ขึ้น ควันออกหู ดีนะที่เป็นคนใจเย็น ถึงยังคงสุภาพอยู่ได้ เริ่มแรก ลูกค้าผู้ชายวัยกลางคนค่อนไปทางสูงอายุแล้วล่ะ ขี้โวยวาย ขี้สงสัย พูดจากระโชกโฮกฮาก เดินเข้ามาพร้อมกับตลับหมึกเบอร์ 830 หนึ่งตลับ
ลูกค้า- ตลับนี้ซ่อมได้ไหม
อ้ำอ้ำ - มันเป็นอะไรคะ เครื่องรุ่นอะไรคะ (แล้วก็หยิบตลับที่เยิ้มไปด้วยหมึกดำเต้มรอบตลับเอาไปเช็ดให้หายเลอะก่อน)
ลูกค้า - ก็รุ่นนี้อ่ะ(ชี้มาที่ตลับหมึก เฮ้อ...)
อ้ำอ้ำ - ไม่ใช่ค่ะ รุ่นเครื่องน่ะค่ะ
ลูกค้า - ไม่รู้
อ้ำอ้ำ- เติมที่ไหนมาคะเนี่ย
ลูกค้า - ผมเติมเอง
อ้ำอ้ำ - แล้วเครื่องมันฟ้องว่ายังไงคะ
ลูกค้า - ผมเติมหมึกแล้วมันบอกว่าหาตลับไม่เจอ ผมก็เติมอีก มันก็หาไม่เจอผมก็เติมอีก (เครื่องไม่พังก็บุญแล้วล่ะงั้นน่ะ)
อ้ำอ้ำ - งั้นต้องเอาเครื่องมาน่ะค่ะ(ตรวจดูสภาพแล้วน้ำหมึกมี หัวไม่ตัน ต้องเช็คจากชิพตลับและสั่งการจากคอมพิวเตอร์)
ลูกค้า - (น้ำเสียงโมโห) โห นี่ผมต้องขับรถกลับไปกลับมาเหรอไงเนี่ย
อ้ำอ้ำ - (แล้วจะให้ฉันปิดร้านกลับไปทำให้ที่บ้านเรอะ)อืม..ไม่งั้นก็ต้องเปลี่ยนตลับใหม่เลยน่ะค่ะ
ลูกค้า - แล้วมันเท่าไหร่
อ้ำอ้ำ - ถ้าเบอร์นี้ก็ ประมาณ 500 บาท ค่ะ
ลูกค้า - งั้นเอารุ่นนี้ให้ผมตลับนึง (ท่าทางหงุดหงิดมากมาย)
อ้ำอ้ำ - แต่ว่าที่นี่ไม่มีเบอร์นี้ขายค่ะ (ไม่ได้เอามาขายเพราะเบอร์นี้ปัญหาเยอะ)
ลูกค้า - อ้าว แล้วทำไงอ่ะ(สีหน้าเหมือนโกรธเรามาเป้นชาติเลย)
อ้ำอ้ำ - แต่สามารถให้กับเบอร์ 40 ได้ค่ะ เพราะเบอร์830 เป็นตลับประหยัดมีฟองน้ำครึ่งเดียวแต่ 40 เป็นตลับเต็ม
ลูกค้า - แล้วคุณแน่ใจเหรอว่าใช้ได้
อ้ำอ้ำ - แน่ใจค่ะ
ลูกค้า - คุณชัวร์แน่นะ ไม่รู้ล่ะ ถ้าใช้ไม่ได้ผมจะเอามาคืนล่ะ(แล้วก็ย้ำอยู่นั่นแหล่ะว่าจะเอามาคืนถ้าใช้ไม่ได้)
อ้ำอ้ำ - ชัวร์ค่ะ ใช้ได้ แต่ถ้าใช้ไม่ได้คุณต้องยกเครื่องมาด้วยนะคะ (เพราะมั่นใจว่าใช้ได้ถ้าเค้าทำไม่ได้แสดงว่าทำไม่เป็นแล้วตลับหมึกของฉันก็จะถูกเปิดซิงกลายเป็นตลับเก่าราคาตกทันที)
ลูกค้า - ไม่รู้ล่ะ ถ้าใช้ไม่ได้ คุณต้องรับผิดชอบ
อ้ำอ้ำ - ต้องเอาเครื่องมาด้วยนะคะถ้าใช้ไม่ได้น่ะ
ลูกค้า - ไม่รู้ล่ะ...เท่าไหร่(แล้วก็ควักเงินออกมา1000 บาท)
อ้ำอ้ำ - 720 ค่ะ
ลูกค้า -โห ทำไมแพงอ่ะ เคยซื้อ650 เอง
อ้ำอ้ำ - 650 ไม่ได้แล้วค่ะเดี๋ยวนี้ ต้องเป้นราคาคู่ค่ะ ถ้าซื้อเดี่ยวก็ราคานี้ค่ะ(ราคากลางอยู่ที่ 710 บาทโดยทั่วไปถ้าไปซื้อที่ห้างใหญ่ๆ เช่นเซียร์ก็จะมีตั้งแต่ 550-700 โดยประมาณ นั่นคือห้างใหญ่ แต่อ้ำอ้ำแค่เอามาสำรองให้ลูกค้าเท่านั้นจึงบวกเพิ่มค่ารถแค่สิบบาทเท่านั้น)
ลูกค้า - ถ้าไม่ได้ 650 ก็ไม่เอา(คงกะให้อ้ำอ้ำลดให้เหมือนคราวก่อนมั้ง คราวก่อนรับมือไม่ทันจริงๆ ขาดทุนซะน่วมเลย)
อ้ำอ้ำ - ไม่เป้นไรค่ะ ลดไม่ได้จริงๆ ค่ะ มาแพงค่ะ (แล้วก็หยิบกลับเก็บแขวนเข้าที่เหมือนเดิมทันที)
ลูกค้า - ที่ ไอที เค้า ขาย 690 ผมยังไม่เอาเลย แล้วนี่คุณขายแพงขนาดนี้(อ๋าว ก็ไม่ได้บังคับให้ซื้อนี่หน่า อะไรกันนักหนา)
อ้ำอ้ำ - ก็ราคาที่ได้มาต่างกันนี่คะ ถ้างั้นคุณคงต้องกลับไปซื้อที่ไอที เพราะถูกกว่าที่นี่น่ะค่ะ
ลูกค้า - (โมโหอีกละ) ถ้าให้ผมกลับไปซื้อที่ไอทีแล้วจะมาหาที่นี่ทำไมล่ะ ถ้างั้นคงไม่ต้องมาที่นี่กันละ
อ้ำอ้ำ - ไม่เป้นไรค่ะเพราะที่นี่แพง (นึกในใจไม่มาได้ก็ดีเพราะคุยไม่ค่อยรู้เรื่องเลยจริงๆ)
ลูกค้า - แล้ว...ถ้าผมเอาเครื่องมาล่ะ คิดเท่าไหร่
อ้ำอ้ำ - ก็ต้องเช็คดูก่อนว่าอาการเป้นยังไงค่ะ ถ้าเช็คแล้วแก้ให้ได้ก็ไม่เกินร้อยบาท
ลูกค้า - แล้วเช็คยังไงล่ะ
อ้ำอ้ำ - (บ๊ะ บอกแล้วจะรู้ไหมเนี่ย อธิบายอะไรไม่เคยจะฟังจบก็โพล่งถามขึ้นมาใหม่อ่ะ) ก็แล้วแต่รุ่นน่ะค่ะ
ลูกค้า - ก็นั่นล่ะ เช้คยังไง มันมีด้วยเหรอ
อ้ำอ้ำ - ก็ต้องเอาเครื่องมาค่ะอาการแต่ละอย่างมันไม่เหมือนกันมานมีหลายอย่าง(อธิบายไม่หมดหรอก อารมณ์หงุดหงิดชักจะมารุมในสมองบ้างแล้วนะเนี่ย)
ลูกค้า - แล้วผมต้องเอาเครื่องมาอย่างเดียวใช่มั๊ย
อ้ำอ้ำ - ค่ะ
ลูกค้า - ไอ้พวกไดร์ฟวงไดร์ฟเวอร์ไม่ต้องเอามาใช่มะ
อ้ำอ้ำ - เอามาด้วยก็ดีค่ะ(เพราะเราไม่รู้ว่าเครื่องเขารุ่นไหนเกิดมาแล้วเราไม่มีก็ทำไม่ได้อีก)
ลูกค้า - (หงุดหงิดอีก) อ้าว ไหนตอนแรกบอกให้เอาเครื่องมาอย่างเดียวแล้วนี่บอกให้เอาไดร์ฟเวอร์มาด้วย นี่ยังไงกันแน่เนี่ย
อ้ำอ้ำ - (เสียงเริ่มสั่นอาการโกรธเริ่มมา เสียงเริ่มดังใส่คุณลูกค้าเหมือนกัน) ก็ไม่รู้นี่คะวาปรินท์เตอร์ของคุณน่ะรุ่นอะไรน่ะ
ลูกค้า - งั้นก็เอามาหมดเลยละกัน แล้วแถวนี้คุณรู้ไหมว่ามีที่ไหนขายตลับหมึกอ่ะ
อ้ำอ้ำ - ก็มีที่เซียร์ ไอทีแสควร์...
ลูกค้า - เอาใกล้ๆสิ (ทำไมต้องตะคอกด้วยวะ ชักจะเดือด แต่ต้องสงบอารมณ์อยู่)
อ้ำอ้ำ - ใกล้ๆ ไม่ทราบค่ะ
แล้วคุณลูกค้าก็เดินกลับออกไปมองหน้าเราอย่างไม่สบอารมณ์ เฮ้อออออ....ไม่เป็นไรค่ะ เชิญที่อื่นท่าจะดีกว่า คุณคงไม่ต้องหงุดหงิด คงจะประหยัด และที่สำคัญ ฉันคงสบายใจ แต่รับรองได้ว่าใครเจอแบบนี้ก็อารมณ์เสียได้ และอาจจะยิ่งกว่าเราซะอีก กะว่าถ้ามาอีกทีอาจจะยอมโดนด่าอีกครั้งโดยบอกให้เขาเอาเข้าศูนย์ไปเลย เพราะเกินที่เราจะเยียวยา จะได้ไม่ต้องมายุ่งกะเราอีก หุหุ
นี่แค่ส่วนหนึ่งที่จำได้เพราะเหตุการณ์เพิ่งผ่านมาเมื่อสักครู่ รายละเอียดอาจมีตกหล่นไปบ้าง สรุปก็คือ ลูกค้าคนนี้เป็นคนขี้โวยวาย แล้วคิดว่าตัวเองเก่งเสร็จแล้วพอทำไม่ได้ก็หาว่าคนอื่นบอกไม่รู้เรื่อง เซ็งจริงๆเรยคนพรรค์นี้
และสุดท้ายฉันก็ไม่ได้ขายตลับหมึกให้ลูกค้าคนนี้ เชิญเขาขับรถสียค่าน้ำมันหรือแก๊สไปซื้อที่ไอทีที่มันถูกว่าของฉันตั้งสามสิบบาทละกัน คงจะรวยขึ้นอีกเยอะเลยเนอะ